ร้อยไหม vs Thermatight เลือกวิธีไหนดี

การร้อยไหม และ การทำ Thermatight วิธีไหนช่วยยกกระชับได้ดีกว่ากัน เพราะปัญหาหย่อนคล้อยนั้นวิธีแก้ไขแต่จะเลือกวิธีไหนดี

วงการการดูแลตัวเอง มันไม่มีที่สิ้นสุดเพราะเราเกิดมาสวยยังไงก็จะต้องสวยตลอดไป แต่พออายุแตะ 30 ปีขึ้นไป ทำให้การดูแลใบหน้าก็ต้องหนักมากขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว เพราะนวัตกรรมการดูแลตัวเองไม่ได้หยุดที่ครีมบำรุงเหมือนตอนอายุ 20 ต้นๆ การแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยที่ได้เผชิญนั้นมันก็ช่างยากเหลือเกิน ทำเท่าไรก็ไม่ดีขึ้น โทรมไม่ไหว ทนมองกระจกไม่ได้ จะพึ่งแค่ครีมบำรุงผิวหน้าเหมือนเดิมก็ไม่ได้ จึงจำเป็นต้องหันมาพึ่งหัตถการที่ช่วยทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายขึ้นมาทันที

สำหรับสาวๆ หลายคนที่กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับ “ร้อยไหม” และ “Thermatight” ว่าจะทำตัวไหนดี ไม่รู้ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร ลองมาอ่านบทความนี้และทำความเข้าใจไปพร้อมๆ กันได้เลย

ร้อยไหม คืออะไร?

การร้อยไหม (Thread lift) เป็นหัตถการที่ช่วยเรื่องยกกระชับผิว แก้ไขความหย่อนคล้อยและปรับรูปหน้า โดยการใช้ไหมละลายร้อยเข้าไปใต้ผิวหนังบริเวณต่างๆ บนใบหน้า ซึ่งที่เส้นไหมจะมีตะขอเกี่ยวขนาดเล็กมาก เพื่อเข้าไปเกี่ยวเอาเนื้อเยื้อและกล้ามเนื้อให้ยกขึ้นตามแนวเส้นไหมทำให้ผิวดูกระชับ นอกจากนี้ยังช่วยในการกระตุ้นร่างกายให้ผลิตคอลลาเจน ซ่อมแซมคอลลาเจน และช่วยให้ผิวหน้ามีความยืดหยุ่นอีกด้วย

สำหรับ การร้อยไหม เส้นไหมที่เข้าไปจะคงอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน ก่อนจะค่อยๆ สลายตัวไป โดยไม่ต้องไปผ่าตัดนำออกแต่อย่างใดๆ ส่วนเรื่องความเจ็บอยู่ในระดับพอทนได้ สาวๆ ต้องทนกันนิดนึงเพื่อความสวย

ขั้นตอนการร้อยไหม

ขั้นตอนการร้อยไหมอาจมีความแตกต่างกันไปตามตำแหน่งที่ทำ แต่ขั้นตอนต่อไปนี้เป็นขั้นตอนพื้นฐานที่ผู้ให้บริการมักปฎิบัติไปในแบบเดียวกัน

  1. คุณหมอจะใช้แอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาดทั่วบริเวณที่จะทำการร้อยไหมเพื่อป้องกันการติดเชื้อ และตามด้วยการใช้ยาระงับความรู้สึกหรือยาชาเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด
  2. เมื่อยาระงับความรู้สึกออกฤทธิ์ คุณหมอจะเริ่มลงมือร้อยไหม โดยขั้นตอนนี้อาจใช้เวลานาน 30-45 นาที แล้วแต่ความยากง่ายและเทคนิคของคุณหมอ
  3. หลังจากทำการร้อยไหมแล้วผิวหน้าจะถูกยกขึ้นไปตามทิศทางที่ร้อย ซึ่งอาจทำให้รู้สึกถึงแรงกดและตึงๆ เล็กน้อย
  4. นำเข็มออกเป็นอันเสร็จขั้นตอนในการทำร้อยไหม

ผลข้างเคียงหลังทำ ร้อยไหม

หากเจอคุณหมอที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ อาจจะทำให้เกิด รอยซ้ำ บวมแดง มีเลือดชึม และมีอาการปวดบริเวณที่ร้อยไหม หรือหากทางคลินิกเสริมความงามไม่มีการฆ่าเชื้ออุปกรณ์ที่ใช้อย่างดี ก็อาจจะทำเกิดอาการติดเชื้อถึงขั้นรุนเเรงได้ บอกเลยว่าสาวๆ ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก และต้องสังเกตอาการอยู่ตลอดว่า ตนเองนั้นมีอาการแพ้หรืออาการแทรกซ้อนหรือไม่

โดยอาการที่สังเกตได้ชัด คือ อาการแพ้วัสดุในการร้อยไหม อาการเลือดออกใต้ผิวหนัง เห็นรอยหยัก รอยบุ๋มจากการยกกระชับผิว อาการเจ็บจากด้ายที่ตึงเกินไป และที่สำคัญต้องเฝ้าสังเกตการติดเชื้อ ที่เห็นได้ชัดก็คือ รอยช้ำเป็นสีเขียว ดำ น้ำตาล หรือแดง มีไข้ และถ้าหากอาการเหล่านี้ไม่ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

พออ่านมาได้ถึงจุดนี้ สาวๆ พอจะรู้ว่าความเสี่ยงหลังทำการร้อยไหมแล้วใช่ไหม ว่าจะต้องดูแลและให้ความสำคัญมากแค่ไหน ต่อไปมาลองทำความเข้าใจกับการทำ Thermatight กันบ้าง

Thermatight คืออะไร?

Thermatight คือ เป็นเทคโนโลยีปรับรูปหน้า ช่วยสลายไขมันส่วนเกิน และฟื้นฟูโครงสร้างผิว ด้วยการส่งพลังงานคลื่นวิทยุ (Monopolar RF) ลงลึกสู่ชั้นใต้ผิวด้วยอุณหภูมิความร้อนประมาณ 60 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าไม่ร้อนมาก ให้ความรู้สึกอุ่นๆ ที่สามารถทนได้ เพื่อทำให้เกิดการหดรัดตัวของเส้นใยคอลลาเจนและเนื้อเยื่ออื่นๆ ของใต้ชั้นผิวหนัง ทำให้เกิดกระบวนการซ่อมแซมใต้ชั้นผิว สร้างคอลลาเจน คืนความยืดหยุ่นให้ผิว และช่วยปรับโครงสร้างใต้ชั้นผิวให้มีความแข็งแรงขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนของหลอดเลือดในบริเวณที่ทำการรักษา กระตุ้นการเผาผลาญพลังงานในเซลล์ไขมัน โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น ไม่ต้องเจ็บตัว และเห็นผลลัพธ์ชัดเจนหลังทำทันที 20 เปอร์เซ็นต์

ขั้นตอนการทำ Thermatight

  1. ประเมินรูปหน้าเบื้องต้นและปรึกษาปัญหาบริเวณใบหน้าของแต่ละบุคคลกกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้นำวิเคราะห์ก่อนเริ่มทำ
  2. ผู้ช่วยจะทา Cooling Gel ซึ่งเป็นเจลเย็นเพื่อบรรเทาและไม่ให้ใบหน้ารู้สึกร้อนจนเกินไป
  3. เริ่มทำ Thermatight โดยการรักษาจะใช้เวลา 30-45 นาทีต่อครั้ง

ผลข้างเคียงหลังทำ Thermatight

อาจจะเกิดอาการแดงเล็กน้อยแต่ไม่แสบ พอหลังทำไปสัก 30 นาที อาการบวมแดงก็จะหายไป สาวๆ สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ เพราะไม่ได้มีการผ่าตัด และไม่ต้องพักฟื้น แต่ควรเว้นการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อไม่ให้เกิดอาการบวม และเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม จุดประสงค์ของการเขียนบทความนี้ไม่ได้มีความประสงค์ที่จะเคลมว่าการทำ Thermatight ดีกว่า การร้อยไหม แต่เป็นการให้ข้อมูลเพื่อเอาไว้ช่วยประกอบในการตัดสินใจ เนื่องจากทั้งสองหัตถการนี้เป็นวิธีการช่วยยกกระชับ มีข้อดีที่ช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อย ช่วยซ่อมแซมและกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิวได้เหมือนกัน

และสิ่งสุดท้ายก่อนที่จากกันไปทุกครั้งและย้ำทุกครั้งเลยว่า สาวๆ ต้องให้ความใส่ใจกับสถานคลินิกเสริมความงามและตรวจสอบให้ดีก่อนว่าคลินิกนั้นๆ มีความปลอดภัย ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของแพทย์แต่ละบุคคล เพราะถ้าหากเจอคลินิกเสริมความงามที่ดีแต่ไม่มีคุณหมอที่เชี่ยวชาญ ก็อาจจะทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาบนใบหน้าได้ตรงจุดและผลลัพธ์ที่ออกมาก็ไม่ได้ดั่งใจ

แชร์บทความนี้