แนวทางรักษาฝ้า

ผิวหน้าเป็นฝ้าเกิดขึ้นได้ หากไม่ได้รับการปกป้องที่ดีมากพอ โดยปัจจุบันมีแนวทางการรักษาฝ้ามากมาย เพื่อช่วยคืนความสว่างใสกลับมา

หนึ่งในปัญหาผิวหน้าที่น่าหนักใจก็คือ ฝ้า เนื่องจากเป็นปัญหาที่รักษายากมากบางรายรักษาแบบผิดๆ ก็ยิ่งทำให้ฝ้ายิ่งเข้มขึ้น ดังนั้นการเลือกวิธีที่ดีสุดจึงจำเป็นอย่างมาก เพื่อให้การรักษาตรงกับสาเหตุของการเกิดฝ้าของแต่ละคน

ฝ้าคืออะไร

ฝ้าคือภาวะที่เซลล์สร้างเม็ดสีใต้ผิวหนังมากขึ้น ทำให้ผิวคล้ำขึ้นเข้มกว่าผิวปกติ มีตั้งแต่สีน้ำตาลอ่อนไปถึงน้ำตาลเข้ม ลักษณะเป็นปื้น มักพบบริเวณหน้า โดยเฉพาะที่สัมผัสกับแสงแดด พบได้กับทั้งเพศชายและเพศหญิง มีหลายประเภทและหลายสาเหตุ

สาเหตุของการเกิดฝ้า

  1. ฮอร์โมน เมื่อร่างกายมีฮอร์โมนเอสโตรเจนมากเกินไป จะทำให้การผลิตเม็ดสีออกสู่ผิวหนังมาแบบไม่สม่ำเสมอหรือเม็ดสีที่ผิดปกติ
  2. แสงแดด เมื่อผิวสัมผัสกับแสงแดดโดยตรงอย่างต่อเนื่องจะทำให้ผิวกระตุ้นให้ผลิตเม็ดสีเพิ่มขึ้น ทำให้ผิวดูเข้มขึ้น
  3. เครื่องสำอางที่มีสารปนเปื้อน เช่น น้ำหอม สารเคมี สารกันบูด สารปรอท หรือตะกั่ว ซึ่งจะกระตุ้นให้ให้เกิดฝ้าได้ง่าย รวมไปถึงผลกระทบระยะยาวที่จะทำให้ผิวบอบบางกลายเป็นผิวแพ้ง่าย
  4. เลเซอร์ เลเซอร์บางชนิดหากหยุดทำจะมีโอกาสทำให้ฝ้าเข้มขึ้น หลักการเดียวกับเครื่องสำอางคือจะทำให้ผิวดีขึ้นในช่วงแรกเท่านั้น ซึ่งฝ้าที่เกิดขึ้นหลังจากนี้จะรักษายากมาก
  5. ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอจากการทำงานหนักหรือความเครียด จะทำให้ฮอร์โมนใต้สมองกระตุ้นให้ฝ้าดูเข้มขึ้น ชัดขึ้น หน้าคล้ำขึ้น

วิธีรักษาฝ้า

1.กรด AHA เป็นสารที่สกัดจากผลไม้ธรรมชาติที่มีฤทธิ์เป็นกรด เพื่อขจัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกไป เร่งการสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทน และยังช่วยลดเม็ดสีเมลานินให้หลุดออกไปอย่างข้าๆ ทำให้รอยฝ้าค่อยๆ จางลง เป็นวิธีที่เห็นผลช้า แต่ปลอดภัยและราคาไม่สูงมาก
2.กรด TCA เป็นสารที่สกัดจากผลไม้ธรรมชาติที่มีฤทธิ์เป็นกรดเช่นเดียวกับ AHA มีคุณสมบัติเด่นคือการลอกผิว ซึ่งวิธีนี้ต้องให้แพทย์เป็นผู้ทำให้เท่านั้น โดยแพทย์จะแต้มกรด TCA ลงไปที่บริเวณที่เป็นฝ้าเพื่อทำให้เซลล์ผิวชั้นบนและเม็ดสีเมลานินให้หลุดออกมา แต่มีข้อเสียคือต้องพักฟื้นนาน หลังทำมีการแสบผิวบริเวณที่ทำ
3.เลเซอร์รักษาฝ้า เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ด้วยหลักการยิงแสงเลเซอร์ไปตรงบริเวณที่เกิดฝ้า และลอกชั้นผิวหนังออกทีละชั้น โดยในปัจจุบันมีเลเซอร์รักษาฝ้าที่ได้รับความนิยม 3 ชนิด คือ

  • IPL Laser เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานแสงความเข้มข้นสูงที่มีความยาวที่แตกต่างกัน สำหรับใช้ในการรักษาได้หลายเรื่อง
  • Q-switched เป็นการรักษาฝ้า ด้วยการใช้คลื่นแสงที่มีความเข้มและความหนาแน่นสูง ทำให้เม็ดสีแตกตัว เพื่อให้เม็ดเลือดขาวเริ่มกำจัดเม็ดสีเหล่านั้นออกไป มีประสิทธิภาพสูงในการแก้ไขปัญหาความผิดปกติของเม็ดสีผิว
  • Picosecond Laser เป็นเทคโนโลยีที่ส่งส่งพลังงานเลเซอร์ ด้วยความยาวคลื่น 755 สามารถดูดซับเม็ดสีเมลลานินได้ดีที่สุดโดดเด่นเรื่องการกำจัดเม็ดสี เหมาะอย่างยิ่งในการรักษาฝ้า และยังช่วยรักษาได้หลากหลายปัญหา เช่น ลดรอยสิว กระตุ้นผิวกระจ่างใส แผลหลุมสิว

4.MESO THERAPY ด้วยหลักการฉีดตัวยารักษาฝ้าลงไปในชั้นผิวได้อย่างตรงจุด ทำให้ตัวยาสามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ทันที ทำให้ฝ้าและจุดด่างดำลดลง ผลักผิวหน้าให้ดูขาวใสขึ้น
5.ครีมรักษาฝ้า เป็นวิธีที่ปลอดภัยและได้ผลดี แต่อาจจะได้ผลลัพธ์ช้ากว่าวิธีอื่นๆ ต้องใช้ความมีอดทนและความมีวินัยค่อนข้างมาก ด้วยหลักการใช้ยาทาลงสู่ผิวเพื่อลดการสร้างเม็ดสีและทำลายเม็ดสีบางส่วน ซึ่งยานี้มีผลข้างเคียงสูงคือทำให้ผิวระคายเคือง แสบร้อน บวมแดง และผิวลอก โดยวิธีนี้มีข้อควรระมัดระวังใช้ครีมที่ไม่มี อย. เพื่อความปลอดภัยของผิวหน้า

วิธีป้องกันฝ้า

  1. หลีกเลี่ยงแสงแดด ด้วยการทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง รวมถึงใช้อุปกรณ์ป้องกันแสงแดด ทั้ง ร่ม เสื้อแขนยาว หมวก
  2. หลีกเลี่ยงยาฮอร์โมน เนื่องจากยาฮอร์โมนบางชนิดจะกระตุ้นให้เกิดฝ้า เนื่องจากทำให้ทำให้เม็ดสีทำงานงานผิดปกติ
  3. หลีกเครื่องสำอางที่มีน้ำหอม เนื่องจากน้ำหอมและแอลกอฮอลล์เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการเกิดฝ้า รวมถึงเครื่องสำอางในกลุ่มไวท์เทนนิ่ง แต่ไม่ยอมทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิว
  4. รับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นการช่วยให้ผิวแข็งแรงจากภายใน โดยเฉพาะอาหารที่มีวิตามินเอ วิตามินซีและ วิตามินอี รวมถึงดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว
  5. พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงความเครียด ขับถ่ายให้เป็นเวลา เพื่อให้ฮอร์โมนในร่างกายทำงานปกติ ป้องกันการผลิตเม็ดสีเมลานินผิดปกติอย่างได้ผล

อย่างไรก็ตามควรดูแลตัวเอง บำรุงผิวและปกป้องผิวอยู่เสมอ เพื่อป้องกันฝ้า เป็นวิธีที่ง่ายกว่าขั้นตอนการรักษา ทว่าเมื่อผิวหน้าเกิดฝ้าแล้วควรศึกษาวิธีรักษา คลินิกที่เหมาะสม และวิธีดูแลตัวเอง เพื่อความปลอดภัยต่อผิวหน้า

แชร์บทความนี้